สเตียรอยด์ป้องกันอาการบวมภายหลังผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้า

สเตียรอยด์ป้องกันอาการบวมภายหลังผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้า

นพ.ธนาวุฑฒ์ โสภักดี โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล

การผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าเป็นการผ่าตัดที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป การมีบุคลิกภาพที่ดีทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น สามารถเปิดโอกาสให้กับชีวิตได้หลากหลายมากขึ้น การผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ การผ่าตัดเสริมจมูก โดยมากการผ่าตัดเสริมจมูกใช้การระงับปวดด้วยการฉีดยาชาเฉพาะตำแหน่ง การผ่าตัดทำโดยเปิดแผลผ่านเนื้อเยื่อรอบกระดูกจมูก ทำการตัดแต่งเสริมเนื้อเยื่อรอบกระดูกและกระดูกอ่อนของจมูก การผ่าตัดทำให้เกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อบริเวณจมูก ทำให้เกิดอาการบวมขึ้น เนื่องจากมีการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อในบริเวณที่ทำการผ่าตัด อาการบวมจะเกิดขึ้นในเวลา 24-72 ชั่วโมง โดยจะมีอาการบวมมากใน 72 ชั่วโมง ต่อจากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงภายในเวลา 7 วัน หากอาการบวมเพิ่มขึ้นภายหลังผ่าตัด 3 วัน ควรเฝ้าระวังภาวะเลือดคั่งและการติดเชื้อของแผลผ่าตัด

การผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้า หากต้องการให้เกิดอาการบวมภายหลังผ่าตัดน้อยที่สุดสามารถป้องกันได้ขณะผ่าตัด โดยหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนกับเนื้อเยื่อรอบข้างบริเวณที่ผ่าตัด การดูแลภายหลังการทำศัลยกรรมใบหน้าเพื่อลดอาการบวมโดยใช้ความเย็นประคบบริเวณที่บวมด้วย Cold pack หรือน้ำแข็งใส่ถุงพลาสติกห่อผ้าไว้ ศัลยแพทย์อาจให้ยาสเตียรอยด์เพื่อลดการบวมขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัด โดยยาที่นิยมใช้ ได้แก่ dexamethasone

จากการรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์พบว่า การให้ยาสเตียรอยด์ขณะผ่าตัดช่วยลดอาการบวมในช่วงเวลา 24-48 ชั่วโมงหลังผ่าตัดได้เป็นอย่างดี ส่วนอาการบวมหลังผ่าตัดเกิน 72 ชั่วโมงพบว่า การให้สเตียรอยด์ไม่ช่วยลดอาการบวมมากนัก

กล่าวโดยสรุป สเตียรอยด์ช่วยลดอาการบวมภายหลังผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าในช่วงเวลา 24-48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด ศัลยแพทย์ควรใช้ดุลพินิจในการใช้ยาสเตียรอยด์ตามความเหมาะสม