ความสุขแห่งความทรงจำ ส.ค.ส.พระราชทาน พรอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันเลือนหาย

     ความสุขแห่งความทรงจำ ส.ค.ส.พระราชทาน พรอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันเลือนหาย     

“ส.ค.ส.” บัตรอวยพรส่งความสุขเป็นบัตรอวยพรที่นิยมส่งให้กันเนื่องในวันเทศกาลสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะวันขึ้นปีใหม่ ประวัติของ ส.ค.ส.นั้นน่าจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๕ โดยชาวเยอรมัน เนื่องจากมีการพบหลักฐานเป็นแม่พิมพ์แผ่นไม้ รูปบ้าน หรือรูปพระเยซูในวัยเยาว์ พร้อมคำอวยพรว่า “Ein gut selig jar” ซึ่งหมายถึง “ปีที่ดีและมีสุข” ต่อมาชาวอังกฤษได้พัฒนารูปแบบบัตรอวยพรให้สวยงามและมีสีสันมากขึ้น จนทำให้บัตรหรือการ์ดอวยพรเป็นที่แพร่หลาย นิยมในกลุ่มคนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนประจำที่มักจะส่งการ์ดอวยพรวันคริสต์มาสและวันปีใหม่ไปให้ทางบ้าน รวมถึงกลุ่มพ่อค้าก็นิยมส่งการ์ดให้ลูกค้าในวันปีใหม่ ทำให้บัตรอวยพรส่งความสุขแพร่หลายมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๗๗๐ จนถึงปัจจุบัน

            ส.ค.ส.ใบแรกของไทยที่เชื่อกันว่าเป็นบัตรอวยพรปีใหม่ที่เก่าแก่ที่สุดคือ บัตรอวยพรที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ ๑๒๐ กว่าปีก่อน เนื่องจากในรัชสมัยของพระองค์เป็นยุคที่มีการติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จึงมีการรับเอาขนบธรรมเนียมของชาวตะวันตกเข้ามา ทว่าการส่งบัตรอวยพรของพระองค์นั้นยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อใด แต่ได้มีปรากฏในสำเนาคำพระราชทานพรขึ้นปีใหม่ในปี พ.ศ. ๒๔๐๙ ในหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอร์ดเดอร์ (ภาษาอังกฤษ) ฉบับวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๐๙ ซึ่งแปลได้ใจความว่า “ขอส่งบัตรตีพิมพ์คำอวยพรนี้ถึงบรรดากงสุล เจ้าหน้าที่กงสุลต่าง ๆ และชาวต่างประเทศที่ทรงคุ้นเคยโดยทั่วถึงกัน”
            ส.ค.ส.ในระยะแรกจะมีขนาดเล็กเท่านามบัตร และจะปรากฏเฉพาะชื่อผู้ส่ง ตำแหน่ง และปี พ.ศ. เท่านั้น ตัวอักษรมีทั้งตัวพิมพ์ และเขียนด้วยลายมือ ต่อมาได้ขยายขนาดใหญ่ขึ้นประมาณโปสการ์ด และมีสีสันลวดลายงดงาม ส่วนใหญ่เป็นภาพวาดสีน้ำ ภาพดอกไม้ ผลไม้ และสัตว์ ส่วนคำอวยพรมีทั้งเป็นร้อยแก้ว ร้อยกรอง และมีการใช้คำที่แปลกออกไปจากปัจจุบันบ้าง เช่น ใช้คำว่า “ศุข” แทนคำว่า “สุข” ใช้คำว่า “รฤก” แทนคำว่า “ระลึก” หรือใช้คำว่า “ถ.ค.ส.” เพื่อ “ถวายความสุข” แด่พระมหากษัตริย์ เป็นต้น ซึ่ง ส.ค.ส. นอกจากจะใช้ส่งในวันปีใหม่ไทยแล้ว ยังใช้เป็นบัตรอวยพรเนื่องในวันตรุษฝรั่ง วันที่ ๒๕ ธันวาคม หรือวันคริสต์มาส รวมถึงวันขึ้นปีใหม่สากล คือวันที่ ๑ มกราคม ด้วย

            สำหรับพสกนิกรชาวไทย พรจากบัตรส่งความสุข หรือ ส.ค.ส.ใบใด ก็คงไม่มีคุณค่าทางจิตใจและนำความสุข ความปลาบปลื้มปิติยินดีได้ยิ่งใหญ่เท่า ส.ค.ส.พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าและขึ้นปีใหม่ เพราะพระองค์จะทรงปลีกเวลาจากพระราชกรณียกิจ ประดิษฐ์บัตรส่งความสุข หรือ ส.ค.ส.ด้วยพระองค์เอง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพรเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่แก่พสกนิกรชาวไทยเป็นประจำทุกปี ซึ่ง ส.ค.ส.พระราชทานฉบับแรกได้ถือกำเนิดขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ โดยเป็น ส.ค.ส.พระราชทานสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๓๐ เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท มีเนื้อความว่า… ถึงเจ้าหน้าที่ และสมาชิกผู้เกี่ยวข้อง กส.9 ขอขอบใจทุกคน และถือโอกาสอวยพรปีใหม่ ด้วยคำต่าง ๆ ให้พิจารณา ดังต่อไปนี้

เห็นตรง   พูดไพเราะ   จิตมั่นคง
หมั่นเพียร   งานสุจริต   คิดดี
แจ้งสว่าง   สวยงาม   สงบร่มเย็น
เป็นทางขจัดทุกข์โศก บรรลุความสุกความเจริญ

กส.9 ปรุง 311430 ธ.ค. 2529

            ถ้อยคำที่ปรากฏอยู่ใน ส.ค.ส.ฉบับแรกนี้มีใจความสั้น บริเวณรอบ ๆ ส.ค.ส.ไม่มีการตกแต่งลวดลายใด ๆ ส.ค.ส.พระราชทานฉบับเริ่มแรกนี้ได้พระราชทานแก่เฉพาะหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องที่ทำงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทเท่านั้น โดยทรง Print ออกจากคอมพิวเตอร์ และแฟกซ์พระราชทานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ โดยทั่วถึงกัน

            นับแต่นั้นมา พระองค์ท่านได้พระราชทาน ส.ค.ส.ให้แก่พสกนิกรทุกปี โดยมีหนังสือพิมพ์นำ ส.ค.ส.พระราชทานไปตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชนทุกครั้ง ส.ค.ส.พระราชทานจากพระองค์ได้ยกเว้นไปในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เนื่องจากในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้เกิดเหตุการณ์คลื่นสึนามิซัดเข้าชายฝั่งทะเลอันดามันอย่างรุนแรง พระองค์จึงทรงงานหนักเพื่อช่วยเหลือพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์คราวนั้น และถึงแม้ว่าจะไม่มี ส.ค.ส.พระราชทาน แต่พระองค์ได้ทรงมีรับสั่งพระราชทานพรเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่พสกนิกรของพระองค์แทน

            จะเห็นได้ว่าทุกข้อความ ทุกถ้อยคำที่ปรากฏอยู่ใน ส.ค.ส.พระราชทานของพระองค์ท่านในแต่ละปีจะประมวลขึ้นจากสภาพเหตุการณ์บ้านเมือง โดยมุมหนึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่ประเทศชาติต้องประสบในรอบระยะ ๑ ปีที่ผ่านมา ซึ่งถึงแม้ว่าคำอวยพรดังกล่าวจะเป็นเพียงถ้อยคำสั้น ๆ แต่ก็มากด้วยคุณค่า ความหมาย และคติเตือนใจ ที่มุ่งเน้นในการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทยมีขวัญ กำลังใจ ต่อสู้และฝ่าฟันอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าอย่างไม่ย่อท้อ

            นอกจากนี้รูปแบบของ ส.ค.ส.พระราชทาน นับจากปีแรกยังไม่มีการตกแต่งลวดลายใด ๆ แต่หลังจากนั้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๓๒-๒๕๓๗ ส.ค.ส.พระราชทานของพระองค์จะมีความวิจิตร มีการประดับประดารูปทรงใน ส.ค.ส.มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลวดลาย เส้นตรง เส้นเฉียง รูปดาวต่าง ๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นต้นมา ลวดลายที่ปรากฏมีความยากขึ้นตามลำดับ ทั้งภาพเครื่องดนตรีหลากชนิด ภาพหัวใจ ภาพประกอบในพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นจากฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งสิ้น

            ส.ค.ส.พระราชทานจากพระองค์ท่านในแต่ละปีล้วนมีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ภายใน ไม่ว่าจะเป็นโดยตรงจากข้อความ ลวดลาย หรือแม้กระทั่งสีสันที่ปรากฏ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นสีขาว-ดำ เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้แสดงทรรศนะถึงความตั้งพระราชหฤทัยของพระองค์ว่า

            “เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการสะท้อนให้ลูกหลานไทยได้เห็นถึงตัวอย่างของความประหยัด มัธยัสถ์ สิ่งของหลาย ๆ สิ่งแม้จะไม่มีสีสันดึงดูดตา แต่ก็มากมายด้วยความหมาย พระองค์พยายามทำทุกสิ่งให้เกิดประโยชน์ตลอดเวลา ทรงรักความเรียบง่าย ยึดมั่นในความหมายและคุณค่าของสรรพสิ่งเป็นที่ตั้ง มากกว่าจะมองกันที่ความสวยงาม ฟุ้งเฟ้อ”

            ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ พระองค์ทรงเป็นองค์ประมุขปกครองแผ่นดินที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่ว่าชาติบ้านเมือง ณ ขณะนั้นจะเกิดวิกฤติการณ์ใด ๆ พระองค์จะพระราชทานพระราชดำรัสเตือนสติปวงชนชาวไทยในโอกาสสำคัญเสมอ ๆ แม้กระทั่งยามที่พระองค์ประชวร พระองค์ยังทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรของพระองค์ ดังจะเห็นได้จาก ส.ค.ส.พระราชทานฉบับสุดท้าย ส.ค.ส.พระราชทานปี พ.ศ. ๒๕๕๙ บัตรส่งความสุขที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพรปีใหม่แก่พสกนิกรชาวไทย เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เวลา ๒๐.๐๐ น. ด้วยพรพระราชทานว่า

                                                “ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง

                                                มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น

                                                และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ”

            ทั้งนี้รูปแบบของ ส.ค.ส.เป็นรูปพระบรมฉายาลักษณ์ครึ่งพระองค์ ฉลองพระองค์เชิ้ตด้านใน ฉลองพระองค์คลุมสีขาว ปักภาพคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง

            โดยด้านบนของ ส.ค.ส.มีข้อความว่า “สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙” พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีม่วง มีตราพระมหาภิไชยมงกุฎ และผอบทองประดับ ด้านล่างของภาพมีรูปลิง สัญลักษณ์ปีนักษัตรปีวอกสีฟ้า มีข้อความภาษาไทยพิมพ์ด้วยอักษรสีเขียวว่า “ขอจงมีความสุขความเจริญ” และข้อความภาษาอังกฤษพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเหลืองว่า “Happy New Year”

            ส่วนด้านล่างของ ส.ค.ส.มีแถบสีฟ้า มุมด้านล่างซ้ายมีข้อความ ก.ส.9 ปรุง 311502 ธ.ค. 2558 มุมด้านขวามีข้อความว่า “มหาวิทยาลัยปูทะเลย์ มิถิลา ๒๕๕๘”

            กรอบของ ส.ค.ส.เป็นภาพใบหน้าคนเล็ก ๆ เรียงกัน ด้านละ ๒ แถว รวม ๓๙๖ หน้า ทุกใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม ดุจดังเช่นน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่เปรียบประดุจน้ำทิพย์ที่หล่อหลอมชโลมจิตใจพสกนิกรชาวไทยของพระองค์ตลอดมา

            ส.ค.ส.พระราชทานจึงเป็นพรอันประเสริฐซึ่งประชาชนชาวไทยยึดเป็นขวัญและกำลังใจในการเริ่มต้นของพุทธศักราชใหม่ เพื่อความเจริญงอกงามและเป็นหลักในการดำเนินชีวิตในทุกปี และถึงแม้ว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ และปีต่อ ๆ ไปจะไม่มีพระพรอันประเสริฐจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอีกต่อไป แต่คำสอนของพระองค์ท่าน ตลอดจนพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงปฏิบัติโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย และหลักคำสอนแห่งความพอเพียง ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางอันยิ่งใหญ่ที่เป็นแบบอย่างให้ลูก ๆ ทุกคนดำเนินชีวิตและดำรงตนให้อยู่ในความดีงาม ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพ่อหลวง พ่อผู้เป็นแบบอย่างของปวงชนชาวไทยตลอดไป

ภาพ ส.ค.ส.พระราชทาน 
https://www.facebook.com/Wongkarnpat/posts/1335827236473474