Home วงการแพทย์ วงการยา ราชวิทยาลัย และสมาคมแพทย์ Contact English version

ภาวะ Metabolic Syndrome ทำให้ผู้ป่วยที่บาดเจ็บมีผลการรักษาไม่ดี


ภาวะ Metabolic Syndrome ทำให้ผู้ป่วยที่บาดเจ็บมีผลการรักษาไม่ดี

         Reuters Health Information: ผลการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะ metabolic syndrome มีโอกาสจะเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิตได้มากขึ้นหากได้รับบาดเจ็บรุนแรง

         ภาวะ metabolic syndrome เป็นกลุ่มของปัจจัยเสี่ยงทางด้านหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคอ้วน ซึ่งเป็นที่ทราบกันแล้วว่าเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง แต่ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่าภาวะนี้มีผลกระทบต่อผลการรักษาในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงหรือไม่ และเพื่อเป็นการตอบคำถามนี้ Dr.Brett Tracy และคณะผู้วิจัยจาก Emory University School of Medicine จึงทำการศึกษาโดยวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงและอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปจำนวน 4,491 รายในช่วงปี ค.ศ. 2014-2018 โดยในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอยู่ 100 รายที่มีภาวะ metabolic syndrome ร่วมด้วย

         ผลการวิเคราะห์ออกมาพบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะ metabolic syndrome มีโอกาสที่จะเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ไม่มีภาวะนี้ถึง 2.5 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งผู้วิจัยกล่าวว่าภาวะนี้ไม่เพียงแต่มีผลเพิ่มอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางด้านหัวใจและหลอดเลือดเท่านั้น แต่ยังมีผลทำให้ระยะเวลาในการอยู่รักษาในโรงพยาบาลและใน ICU นานขึ้น โดยในกลุ่มผู้ที่มี metabolic syndrome มีระยะเวลาการอยู่รักษาในโรงพยาบาลและใน ICU เฉลี่ย 11 และ 9 วัน ตามลำดับ ในขณะที่ผู้ที่ไม่มีภาวะนี้อยู่รักษานาน 9 และ 5 วัน ตามลำดับ รวมถึงการใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนคือ 12 วัน เทียบกับ 5 วัน อัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วย metabolic syndrome คิดเป็นร้อยละ 14 เทียบกับกลุ่มที่ไม่เป็นโรคซึ่งคิดเป็นร้อยละ 7.1 เท่านั้น

            ผู้วิจัยกล่าวว่า แม้การศึกษาในครั้งนี้จะมีข้อจำกัดในแง่ของข้อมูลกลุ่มประชากรที่ศึกษาที่ขาดหายไปบางประการ เช่น ระดับ cholesterol ในเลือด, waist-hip ratio หรือ blood glucose ร่วมถึงข้อมูลพื้นฐานทางด้านเชื้อชาติและเศรษฐานะ แต่การพบข้อมูลนี้ก็ทำให้ทราบได้ว่าภาวะ metabolic syndrome เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องให้ความสนใจและระมัดระวังในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บที่รุนแรง และควรวางแผนการรักษาที่เหมาะสมในผู้ป่วยกลุ่มนี้


© Copyright by Wongkarnpat