Home วงการแพทย์ วงการยา ราชวิทยาลัย และสมาคมแพทย์ Contact

แนะศาสตร์ทางเลือก “กัวซา” ศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการเสริมสุขภาพและความงาม



ภาพที่ 1

ภาพที่ 2

ภาพประกอบ 4 ภาพ 
1. อาจารย์หยาง เผยเซิน 
2. กัวซาต้นคอ 
3. กัวซาหน้า 
4. กัวซาหลัง

แนะศาสตร์ทางเลือก “กัวซา” ศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการเสริมสุขภาพและความงาม

จากตำนาน “กัวซา” เป็นศาสตร์วิชาแพทย์แผนจีนโบราณแขนงหนึ่งที่มีมานานหลายพันปี คือ การดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นวิถีชาวบ้านมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเริ่มมีการเล่าขานถึงตั้งแต่ในยุคชุนชิวจั้นกั๋ว แต่ปรากฏหลักฐานในสมัยราชวงศ์หยวน ชื่อ “ตำรายอดนิยมของหมอกลางบ้าน” โดย เวย อี้หลิน ในราวปี ค.. 1337 ต่อมาในยุคหลังจึงเริ่มบันทึกเป็นตำราทางศาสตร์กัวซา

กัวซา” เป็นศาสตร์ที่เรียนรู้ได้ง่าย สะดวก เห็นผลเร็ว และไม่มีผลข้างเคียง เพียงใช้อุปกรณ์ที่ทำจากธรรมชาติมากวาดหรือขูดลงบนผิวหนังเพื่อเสาะหาพิษหรือโรคที่แอบแฝงอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้ขับออกมา โดยการกัวซาผ่านจุดต่าง ๆ จะช่วยกระตุ้นให้เส้นเลือดขยายตัว มีผลให้เลือดลมหมุนเวียนสะดวก ลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและคลายการยึดติดของพังผืด และยังสามารถขับพิษออกทางผิวหนัง เหมาะสำหรับการบำบัดอาการออฟฟิศซินโดรม ไมเกรน อาการปวดเมื่อย ไหล่ติด โรคของสตรี เป็นต้น

อาจารย์หยาง เผยเซิน ผู้อำนวยการศูนย์ธรรมชาติบำบัด กล่าวว่า วิธีการ “กัวซา” สามารถใช้เสริมสุขภาพและบรรเทาอาการได้ ที่โดดเด่นและเหมาะสมกับสังคมในยุคปัจจุบันคือ โรคออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในวัยทำงาน เกิดจากอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นอาการที่ต้องนั่งทำงานตลอดเวลา ทำให้ร่างกายขาดการเคลื่อนไหว นั่งหลังค่อม เก้าอี้ไม่มีพนักพิงจึงไม่สามารถรองรับแผ่นหลัง การจัดวางของที่ทำให้หยิบจับลำบาก และการกดแป้นคีย์บอร์ดไม่มีตัวรองรับข้อมือ จะทำให้มีการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพ

“การที่คนเราทำงานด้วยอิริยาบถและสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ไม่เหมาะสม ส่งผลทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบและปวดเมื่อยตามอวัยวะต่าง ๆ อาทิ หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ โดยเฉพาะการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำ ๆ จากแป้นคีย์บอร์ดที่ไม่มีการรองรับข้อมือจะส่งผลให้เกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น รวมทั้งเกิดภาวะพังผืดหนา ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้วมือและข้อมือ ส่วนความเครียดสะสมจะทำให้มีอาการปวดศีรษะ หรือเป็นโรคเครียดได้ อาการที่กล่าวมานี้ล้วนสามารถใช้ศาสตร์แห่งการ “กัวซา” ฟื้นฟูได้

จุดเด่นของการกัวซาออฟฟิศซินโดรม อาทิ แก้อาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ช่วยบรรเทาอาการปวด ชาบริเวณคอ ไหล่ หลัง บ่า แขน และข้อมือ อาการมือชา เท้าชา และนิ้วล็อก ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้เลือดลมหมุนเวียนดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

อาจารย์หยาง กล่าวอีกว่า การกัวซายังช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิตภายใต้ผิวหนัง ขยายรูขุมขนให้เปิดกว้าง ทำให้การหมุนเวียนของโลหิตปรุโปร่ง ร่างกายผลัดเซลล์เก่าสร้างเซลล์ใหม่และขับพิษออกทางต่อมเหงื่อ อวัยวะภายในได้รับการบำรุงเลี้ยงจากโลหิตอย่างเต็มที่ ทำให้ร่างกายมีการปรับสมดุลช่วยฟื้นฟูสมรรถนะของระบบภูมิต้านทานโรคให้แข็งแรง

อาการที่ใช้วิธีกัวซาเสริมสุขภาพแล้วให้ผลดีที่สุดและเห็นผลเร็วที่สุด ได้แก่ อาการเป็นไข้ ตัวร้อน ปวดเมื่อย หรือชาตามร่างกาย ปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ ไข้หวัด หวัดแดด อวัยวะภายในทำงานไม่ปกติ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว ประโยชน์ที่สำคัญของกัวซาคือ สามารถช่วยในเรื่องความสวยความงามของผิวหน้า โดยการกัวซาจะไปกระตุ้นเส้นชีพจรบนใบหน้า ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ผิวหน้า ชะลอริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นและละเอียดอ่อน ลดการเหี่ยวย่นและรอยด่างดำ และลดการเกิดสิว

ในเรื่องของ "สิว" ตามหลักของศาสตร์แพทย์แผนจีนวินิจฉัยว่า สิวเกิดจากมีความร้อนไปอุดตันในเส้นลมปราณอวัยวะภายในร่างกายทั้ง 5 ได้แก่ หัวใจ ตับ ปอด ไต และกระเพาะอาหาร จนไอพิษร้อนเหล่านี้สะสมและผลักดันพิษร้อนขึ้นสู่ผิวหน้าจนเกิดเป็นสิว ซึ่งในการรักษาจะใช้วิธีการ “กัวซาใบหน้า” ด้วย “แผ่นหยก” ที่ช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย รอยด่างดำ และสิวฝ้าได้เป็นอย่างดี โดยนำหยกซึ่งเป็นวัตถุที่มีความเย็นมาถูที่บริเวณหลัง เพื่อให้สารพิษและความร้อนที่เป็นตัวการเกิดสิวผ่านจุดหรือเส้นที่เป็นทางผ่านของเส้นประสาทลมปราณ

“จุดบริเวณหลังมีทั้งหมด 5 จุด โดยจะเริ่มถูหยกจากบริเวณไหล่ด้านหลังลงมาถึงบริเวณเอว ลักษณะการถูหยกในแต่ละจุดนั้นจะต้องถูไปในทิศทางเดียวกัน และต้องถูทีละข้าง ในขณะที่การถูหลังด้วยหยกนั้นจะมีผื่นสีแดงขึ้นที่บริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งจุดสีแดงเหล่านี้จะเป็นตัวบอกให้เราทราบว่าอวัยวะภายในร่างกายของเรากำลังมีปัญหา เช่นเดียวกับที่เราวิเคราะห์ตำแหน่งของสิวบนใบหน้านั่นเอง ขณะเดียวกันจุดสีแดงนี้ยังบอกให้เราทราบถึงความรุนแรงของจำนวนสิวที่อยู่บนใบหน้าได้เช่นกัน”

ระยะเวลาของการรักษาด้วยวิธีนี้ควรทำอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละประมาณ 15-20 นาที ซึ่งจะช่วยทำให้สิวบริเวณใบหน้าลดลงได้ถึง 10% โดยสิวอีก 90% จะมาขึ้นที่บริเวณด้านหลัง เปรียบเหมือนการขับความร้อนและสิวให้ออกมายังบริเวณด้านหลัง โดยใช้หยกซึ่งเป็นวัตถุที่มีความเย็นเป็นตัวดูดซับความร้อนออกมานั่นเอง และหลังจากที่คนไข้รักษาด้วยวิธีนี้ติดต่อกัน 4-5 ครั้ง จะทำให้สิวบนใบหน้าลดลงอย่างเห็นได้ชัดประมาณ 50%

การกัวซาใบหน้ายังมีส่วนในการปรับสมดุลระบบการทำงานของอวัยวะภายใน เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวหนังบริเวณใบหน้าโดยตรง กระตุ้นการหมุนเวียนสูบฉีดของโลหิต ทำให้ได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่ จึงทำให้ใบหน้าชุ่มชื้นเป็นประกาย มีเลือดฝาด ผิวพรรณเต่งตึง เนียนนุ่ม มีชีวิตชีวาอีกด้วย

ปัจจุบันในประเทศจีนได้มีการฟื้นฟูศาสตร์กัวซาบำบัดกลับมาอีกครั้ง โดยวิชากัวซาบำบัดได้รับการบรรจุเป็นวิชาอยู่ในหลักสูตรคณะแพทย์ทางเลือกของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และได้มีการนำไปเผยแพร่ในประเทศต่าง ๆ หลายประเทศในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย กัวซาจึงถือเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ทางเลือกแห่งการเสริมสุขภาพและเสริมความงามที่กำลังได้รับความสนใจในขณะนี้

 

 

 


ภาพที่ 3

ภาพที่ 4

© Copyright by Wongkarnpat