วงแหวนคุมกำเนิด (Birth Control Ring)

วงแหวนคุมกำเนิด (Birth Control Ring)

อ.ภก.สิกขวัฒน์ นักร้อง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบสาววัยรุ่นไทยปีละกว่า 70,000 คน หรือร้อยละ 70 ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 ต่อปี(1) ซึ่งไม่มีความรู้เรื่องเพศและการคุมกำเนิดเพียงพอ ส่งผลต่อเนื่องทั้งด้านสังคมและสุขภาพของแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม โดยมีสาเหตุเกิดได้หลายประการ เช่น การลืมรับประทานยาคุมกำเนิด ใช้วิธีนับระยะปลอดภัย หลั่งภายนอก หรือไม่คิดว่าจะมีเพศสัมพันธ์ เป็นผลให้การคุมกำเนิดล้มเหลว แต่อย่างไรก็ตาม การคุมกำเนิดแบบชั่วคราวก็ยังเป็นที่นิยมของสาวไทยในปัจจุบัน

การคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่เป็นฮอร์โมนนั้น ที่นิยมมีหลายวิธี ได้แก่ ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด และยาฝังคุมกำเนิด แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน ปัญหาของการคุมกำเนิดสำหรับยาเม็ดคุมกำเนิดที่หาซื้อได้ง่ายมีข้อเสียคือ ต้องรับประทานทุกวันในเวลาเดิม ปัญหาที่พบบ่อยคือลืมรับประทานยา ทำให้ประสิทธิผลของยาลดลง นอกจากนั้นยาเม็ดคุมกำเนิดบางชนิดมีระดับฮอร์โมนสูง ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ เป็นฝ้าได้ สำหรับยาฉีดและยาฝังคุมกำเนิดมีปัญหาประจำเดือนผิดปกติ เลือดออกกะปริบกะปรอยหรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้(1)

รูปที่ 1 วงแหวนคุมกำเนิด(2)

ปัจจุบันได้มีการพัฒนานวัตกรรมการคุมกำเนิดแบบใหม่เพื่อลดปัญหาจากวิธีการคุมกำเนิดแบบเดิมคือ การคุมกำเนิดด้วยวงแหวนคุมกำเนิดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้หญิง โดยมีลักษณะเป็นวงแหวนพลาสติกนุ่มยืดหยุ่นได้ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร ประกอบด้วยฮอร์โมนเช่นเดียวกับยาเม็ดคุมกำเนิด แต่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดทันที โดยจะปล่อยฮอร์โมนออกมาในปริมาณต่ำต่อเนื่องและสม่ำเสมอกว่ายาเม็ดคุมกำเนิด โดยมีอัตราการปลดปล่อย Etonogestrel 0.12 mg และ Ethinylestradiol 0.015 mg ต่อ 24 ชั่วโมงหรือต่อวัน(3) ซึ่งทำให้ประสิทธิผลดีกว่ายาเม็ดคุมกำเนิด โดยมีผลข้างเคียงน้อยกว่าและประจำเดือนมาสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับผู้หญิงทุกคนที่ต้องการความสะดวกในการคุมกำเนิด

รูปที่ 2 แสดงการใส่วงแหวนคุมกำเนิด(1)

สำหรับวิธีการใช้วงแหวนคุมกำเนิดนั้นง่ายและสะดวก สามารถใส่ได้ด้วยตนเอง โดยสอดเข้าไปในช่องคลอดคล้ายกับการเหน็บยาในช่องคลอด ปล่อยไว้ 3 สัปดาห์ ระหว่างนี้สามารถมีกิจกรรมทางเพศได้ตามปกติ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งผู้ใช้และคู่สมรส ไม่ระคายเคือง ไม่ทำให้ตกขาวหรือติดเชื้อในช่องคลอด แต่จะทำให้สภาวะแวดล้อมในช่องคลอดเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดไม่แห้ง การตกขาวติดเชื้อลดลงเมื่อครบ 3 สัปดาห์ก็เอาออก เว้นไป 1 สัปดาห์ จะมีประจำเดือนมาตามปกติ จากนั้นจึงเริ่มใส่วงแหวนอันใหม่ต่อไป(4-6)

วิธีใช้วงแหวนคุมกำเนิด(4-6)

1. เริ่มสอดใส่ในวันที่ 1-5 หลังประจำเดือนมา โดยการล้างมือให้สะอาด ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือบีบวงแหวนเข้าหากัน แล้วใช้นิ้วดันสอดเข้าไปในช่องคลอดให้สุดนิ้ว ดังตัวอย่างในรูปที่ 2

2. ทิ้งวงแหวนไว้ในช่องคลอดเป็นเวลา 3 สัปดาห์

3. เมื่อครบกำหนด 3 สัปดาห์ ให้ใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่องคลอด เกี่ยวรอบ ๆ วงแหวนและดึงออกมาทิ้ง เว้นช่วงที่ไม่ต้องใส่วงแหวนไว้ 7 วัน ซึ่งระหว่างนี้ประจำเดือนจะมาตามปกติ

4. หลังจากถอดออกไป 7 วัน ให้สอดวงแหวนอันใหม่และทิ้งไว้ 3 สัปดาห์เหมือนเดิม

ถ้าผู้ใช้รู้สึกระคายเคือง ให้ดันวงแหวนให้ลึกเข้าไปในช่องคลอดอีก กล้ามเนื้อช่องคลอดจะยึดให้มันอยู่กับที่เอง รวมทั้งในระหว่างการออกกำลังกายหรือมีเพศสัมพันธ์

ผู้ที่ควรระวังในการใช้วงแหวนช่องคลอด ได้แก่ มีพยาธิสภาพทางการแพทย์บางประการซึ่งจะจำกัดให้ไม่สามารถใช้วงแหวนช่องคลอดได้ รวมถึงเส้นเลือดอุดตันที่ขา เส้นเลือดในสมองแตกหรือหัวใจวาย โรคตับ หรือมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยสำหรับผู้ที่จะใช้วงแหวนช่องคลอด

ข้อดีของวงแหวนคุมกำเนิด(4-6)

1. ช่วยลดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และไม่มีผลต่อน้ำหนักตัว

2. ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ

3. มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ร้อยละ 99.7

4. สามารถใส่ได้ด้วยตัวเอง โดยสอดเข้าไปในช่องคลอดคล้ายกับการเหน็บยาในช่องคลอด

ในการใช้วงแหวนคุมกำเนิดถ้าหากลืมใส่วงแหวนคุมกำเนิดในช่องคลอดเกินกว่า 24 ชั่วโมง หลังจากที่ไม่ได้ ใส่มาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ให้ใส่วงแหวนคุมกำเนิดเข้าไปทันทีที่จำได้และให้ใช้การคุมกำเนิดชนิดอื่นร่วมด้วย (เช่น ถุงยางอนามัย) เป็นเวลา 7 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าวงแหวนคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดแล้ว(6)

จากข้อมูลที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว่าการพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับการใช้วงแหวนในการคุมกำเนิดในการปลดปล่อยฮอร์โมนนั้นเป็นการประยุกต์ใช้ห่วงคุมกำเนิดร่วมกับระบบการปลดปล่อยยา ซึ่งในอนาคตคงจะมีการนำระบบนี้ไปใช้กับการรักษาอื่น ๆ เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไป

 

เอกสารอ้างอิง

1. วงแหวนคุมกำเนิด ทางเลือกหญิงยุคใหม่. http://www.ppat.or.th/th/article/health_6

2. http://www.tunwalai.com/chapter/10309

3. NuvaRing. http://www.mims-online.com/Thailand/drug/info/NuvaRing/?q=NuvaRing&type=brief

4. Human Embryology and Development. http://thombiology30.wikispaces.com/Human+Embryology+and+Development

5. วงแหวนช่องคลอด (NuvaRing®). http://www.fpnsw.org.au/6.tha_vaginal_ring.pdf

6. วงแหวนคุมกำเนิด. http://www.medicthai.com/เกี่ยวกับยา/item/143-วงแหวนคุมกำเนิด