ใช้ความเย็นลดน้ำหนัก

ใช้ความเย็นลดน้ำหนัก

ผศ.ดร.นพ.ประกอบ ผู้วิบูลย์สุข

ใครจะคิดว่าความหนาวเย็นช่วยลดน้ำหนักได้ แต่หากลองคิด ๆ ดู สิ่งนี้อาจเป็นไปได้ เพราะความเย็นทำให้ร่างกายต้องสร้างพลังงานความร้อนเพื่อต่อต้าน และนั่นแหละเป็นเส้นทางของการเผาผลาญพลังงานซึ่งนำไปสู่การลดน้ำหนัก

แต่ใครเลยจะยอมทนหนาวเพื่อให้น้ำหนักลด เข้าใจว่าน่าจะมีน้อยคน

อันที่จริงในอนาคตอันไม่ไกล เราคงไม่ต้องลงทุนขนาดนั้นแล้วครับ เพราะนักวิจัยเพิ่งพบว่าโมเลกุลในระบบภูมิคุ้มกันอาจกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญพลังงานเฉกเช่นเวลาที่ร่างกายอยู่ในภาวะอากาศหนาวเย็น และเมื่อเราเลียนแบบกระบวนการนี้ น้ำหนักก็ลดได้โดยไม่ต้องเข้าไปแช่ในห้องเย็นหรือที่ที่มีอากาศหนาว

โดยปกติแล้ว ร่างกายมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงลูกด้วยนมจะมีการตอบสนองอากาศเย็นได้ 2 วิธี ประการแรกคือ ร่างกายเราจะสั่น การสั่นนั้นเผาผลาญพลังงานให้เกิดความร้อน นั่นเป็นการลดแคลอรีหรือลดน้ำหนัก ส่วนอีกประการหนึ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือ อุณหภูมิที่เย็นเป็นการส่งสัญญาณไปสู่เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่ชื่อ macrophage เมื่อเซลล์ macrophage ได้รับสัญญาณ มันจะหลั่งโมเลกุลชนิดหนึ่งที่จะแปลงเซลล์ไขมันสีขาว (white fat) ให้กลายไปเป็นเซลล์อีกชนิดหนึ่งที่ให้พลังงาน

เซลล์นั้นเราคงคุ้น ๆ ชื่ออยู่แล้ว มันคือ ไขมันสีน้ำตาล (brown fat) ซึ่งในอีกมุมหนึ่งมันคือ energy-burning cells

ในเด็กทารกหรือสัตว์ที่จำศีลมักจะมีไขมันสีน้ำตาลเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อโตขึ้นหรือหมดระยะจำศีล ไขมันชนิดนี้จะหมดไป

สิ่งที่นักวิจัยเพิ่งทราบคือ ความหนาวเย็นสามารถกระตุ้นให้ไขมันสีขาวแปรสภาพไปเป็นไขมันสีน้ำตาลได้ แล้วสุดท้ายไขมันสีน้ำตาลจะถูกเผาผลาญเป็นพลังงานไป

บางคนอาจจะคิดขัดแย้งว่า ธรรมชาติทำไมไม่เก็บไขมันสีขาวเอาไว้ เพราะไขมันสีขาวเปรียบเสมือนฉนวนป้องกันความหนาวเย็นเหมือนใส่เสื้อกันหนาว

นั่น ใช่ครับ

แต่เมื่อความหนาวเย็นเข้ามามากเกินไป ในที่สุดเราก็ต้องการพลังงานความร้อน

Ajay Chawla และคณะนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมืองซานฟรานซิสโกในสหรัฐอเมริกา ผู้ค้นพบข้อมูลข้างต้น ได้พบเพิ่มเติมอีกว่า โมเลกุลในระบบภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้คือ interleukin-4 และ interleukin-13

โมเลกุลทั้งสองเป็นตัวจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปรสภาพไขมันสีขาวไปเป็นไขมันสีน้ำตาล (อันที่จริงต้องผ่านการเป็นไขมันสีเบจก่อนแปรไปเป็นไขมันสีน้ำตาล)

สิ่งที่ Ajay และคณะทำคือ ฉีด interleukin-4 เข้าไปในหนูทดลอง 4 ครั้งภายในเวลา 2 สัปดาห์ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายหนูทดลองคือ กระบวนการแปรสภาพไขมันสีขาวเป็นไขมันสีน้ำตาล

หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ หนูเหล่านี้ก็ลดน้ำหนักลงได้เฉลี่ยที่ 12% และร่างกายของมันสร้างไขมันสีเบจ (beige fat) ขึ้นมา 4 กรัม พร้อม ๆ กับการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 10%

Ajay บอกว่า นั่นถ้าเปรียบเป็นมนุษย์ก็เทียบเท่ากับการที่คนเราออกกำลังกายปานกลางนานถึง 30 นาที!

แต่ในทางปฏิบัติ Ajay บอกว่ามันอาจไม่ตรงไปตรงมาเช่นนั้น เพราะร่างกายมนุษย์เราอาจไม่สามารถผลิตไขมันสีน้ำตาลหรือไขมันสีเบจได้แบบบัญญัติไตรยางศ์เช่นนั้น และก็มีความแปรผันในร่างกายคนต่างกัน อย่างเช่น ผู้หญิงเผาผลาญพลังงานได้น้อยกว่าผู้ชาย ในคนอ้วนก็เช่นกันที่เผาผลาญพลังงานในร่างกายของเขาได้น้อยกว่าคนไม่อ้วน

แต่อย่าเพิ่งเสียใจไป Ajay ยังกล่าวว่า การเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็ถือเป็นของมหาศาลเพราะผลของมันเป็นการสะสม

ก่อนหน้านี้เราไม่คิดว่า กระบวนการเผาผลาญพลังงานถูกกระตุ้นได้ด้วยความเย็น เราเชื่อกันเพียงว่า กระบวนการเมตาบอลิสมนั้นควบคุมจัดการโดยสมองและระบบต่อมไร้ท่อ

แต่ ณ ปัจจุบันเรารู้แล้วว่า ระบบภูมิคุ้มกันมีส่วนอยู่ด้วย

ระบบภูมิคุ้มกันมีส่วนช่วยร่างกายในการทำให้อุณหภูมิร่างกายคงที่

และนี่แหละครับเป็นแนวทางของการลดความอ้วนในอนาคต เพราะการควบคุมจัดการกับระบบภูมิคุ้มกันง่ายกว่าการไปเล่นกับสมองอันซับซ้อน