ยาเลิกเหล้า

ผศ.ดร.นพ.ประกอบ ผู้วิบูลย์สุข

ยาเลิกเหล้า

การดื่มเหล้าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับโลกและประเทศไทย เฉพาะสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวในบรรดาประชากรกว่าสองร้อยล้านคน มีคนติดเหล้าอยู่ถึง 8.5 ล้านคน ประเทศไทยก็คงมีอัตราส่วนผู้ติดเหล้าไม่ต่างจากสหรัฐอเมริกามากนัก แม้ว่าเราจะมีมาตรการและการรณรงค์มากเพียงใด ปัญหานี้ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ยิ่งคนไทยเสพแอลกอฮอล์ในอายุที่น้อยลงไปเรื่อย ๆ เรื่องนี้ยิ่งน่าเป็นห่วง

ในการเลิกเหล้า เรามียาที่ช่วยในกรณีนี้อยู่สองสามขนานที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยา แต่น่าเสียดายที่ยาเหล่านี้ยังคงมีประสิทธิภาพที่ยังไม่เป็นที่พอใจมากนัก เพราะยาแต่ละอย่างมีปัญหาหรือจุดด้อยในตัวเองที่ทำให้การรักษาไม่ได้ผลอย่างที่อยากให้เป็น นี่เป็นแรงผลักอันหนึ่งที่ทำให้มีการวิจัยหายาใหม่ ๆ ขึ้นมาเพิ่มขึ้น

ยาเลิกเหล้าขนานแรกสุดที่คิดค้นกันขึ้นมาได้คือ disulfiram ยาขนานนี้มีอายุอานามหลายสิบปี แต่ไม่เป็นที่นิยมนักเพราะผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายของมัน ยาขนานนี้มีกลไกเปลี่ยนเส้นทางของการเผาผลาญแอลกอฮอล์ที่ปกติจะลงเอยกลายเป็นสารที่ไม่เป็นพิษและน้ำในร่างกายขับถ่ายออกไป แต่เมื่อใช้ยานี้ เมื่อใดก็ตามที่ผู้ป่วยดื่มเหล้า แอลกอฮอล์จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นสารพิษต่อร่างกายประเภทอะเซตทัลดีไฮด์ (acetaldehyde) ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน เป็นลม ปวดศีรษะ ไม่สบายตัวอย่างมาก บางรายถึงกับช็อกจนเสียชีวิตก็มี ลงท้ายผู้ป่วยรู้แกวก็เลิกกินยาแทนที่จะเลิกกินเหล้า ปัญหาจึงยังคงอยู่

ยาอีกขนานหนึ่งที่ถือว่าเป็นการเปิดมุมมองใหม่ของยาเลิกเหล้าคือ ยาที่อาศัยหลักการว่า ทำให้การดื่มไม่เกิดความสุขอีกต่อไป ยาขนานนี้ขัดขวางระบบสารความสุขตามธรรมชาติในสมอง (natural brain opioids) ดังนั้น ดื่มทีไรก็ไม่สุขเหมือนเคย ช่วยลดการดื่มลงได้ ยาขนานนี้คือ naltrexone ซึ่งเป็นยาที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อลดการติดยากลุ่มมอร์ฟีน แต่ผลในการเลิกเหล้าก็ไม่มากมายนัก อีกประการหนึ่งยาขนานนี้ไม่ช่วยลดอาการวิตกกังวล อาการซึมเศร้า และปัญหานอนไม่หลับเมื่อผู้ป่วยหยุดเหล้า ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ยาขนานนี้ไม่ช่วยลดอาการ withdrawal ของแอลกอฮอล์

ยาขนานที่สามที่เพิ่งได้รับการอนุมัติให้ใช้ในการเลิกเหล้าเมื่อไม่นานมานี้คือ acamprosate เป็นยาที่ปรับระบบความเครียดภายในสมอง (brain stress system) ยานี้ช่วยลดอาการ withdrawal เมื่อหยุดเหล้าได้ แต่น่าเสียดายที่ผลในทางคลินิกไม่ได้ดีดังที่อยากให้เป็น และยานี้ก็ไม่ช่วยลดอาการนอนไม่หลับหรืออาการซึมเศร้าในผู้ป่วยที่เลิกเหล้า

ตอนนี้จึงมาถึงยาขนานใหม่ล่าสุดในการช่วยเลิกเหล้า ยาขนานนี้คือ gabapentin อันที่จริงยาขนานนี้ไม่ใหม่นักหรอกครับ เพราะมันเป็นยากันชักที่วางตลาดมานานพอสมควรแล้ว เพียงแต่นักวิจัยเริ่มพบว่ามันสามารถสงบอาการขาดเหล้าได้ ทั้งนี้ก็ด้วยกลไกการทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสื่อประสาท GABA ซึ่งเป็นระบบสารสื่อประสาทที่สัมพันธ์กับแอลกอฮอล์มากที่สุด ยานี้จึงช่วยได้ทั้งลดอาการขาดเหล้า (withdrawal syndrome) อาการวิตกกังวล และอาการจิตตกซึมเศร้าในผู้ป่วย

คุณหมอ Barbara Mason แห่ง Pearson Center for Alcoholism and Addiction Research จึงวางแผนการวิจัยด้วยการนำอาสาสมัครที่เพิ่งติดเหล้าจำนวน 150 คน มาทดลองแบบ randomized, placebo-controlled, double-blind clinical trial โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มประกอบด้วย กลุ่มที่ได้ยาหลอก กลุ่มที่ได้ gabapentin 900 มก./วัน และกลุ่มที่ได้ gabapentin 1,800 มก./วัน ทำการทดลองเป็นเวลา 12 สัปดาห์

เมื่อจบการทดลองพบว่า กลุ่มที่ได้รับยา gabapentin ในขนาดสูงลดการดื่มเหล้าหนัก (heavy drinking) ได้มากกว่ากลุ่มยาหลอกสองเท่า (45% ต่อ 23%) และหยุดเหล้าได้มากกว่ากลุ่มยาหลอกสี่เท่า (17% ต่อ 4%)

และยาขนาดสูงได้ผลดีกว่ายาในขนาดต่ำ (dose-dependent)

Gabapentin เป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัย ผู้ป่วยทนยาได้ดี ผลข้างเคียงน้อย ช่วยลดอาการวิตกกังวล อาการซึมเศร้า และปัญหาการนอนไม่หลับ ด้วยกลไกสงบสารสื่อประสาทที่ overactive ในสมองส่วน amygdala ผ่านระบบ GABA (ยาขนานนี้ปัจจุบันได้รับความนิยมใช้ในผู้ป่วยลมชัก และ neuropathic pain อยู่แล้ว)

เหล้านอกจากสร้างปัญหาการเสพติดแล้ว ยังก่อให้เกิดโรคทางกายหลายอย่าง อาทิ เป็นปัจจัยก่อมะเร็ง เป็นต้นเหตุของโรคตับแข็ง โรคเส้นเลือดหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ และยังเป็นต้นเหตุการตายก่อนวัยอันควรอันดับต้น ๆ ในปัจจุบัน

การค้นพบประสิทธิภาพของยานี้จึงเป็นความหวังใหม่ของผู้ติดเหล้า

 

(ค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ JAMA Internal Medicine on November 4, 2013)